line@ask
tel@
share

4 กลยุทธ์การตลาดธุรกิจค้าปลีก รับตรุษจีน

4 กลยุทธ์การตลาดธุรกิจค้าปลีก รับตรุษจีน

คิดว่าจะยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับโปรโมชั่น การทำ การตลาด การส่งเสริมการขายที่บรรดาศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสดใกล้บ้าน

รวมถึงร้านค้าปลีกต่างๆ ที่ได้โหมกระหน่ำมาตั้งแต่ช่วงปลายปี กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในโครงการ “ช้อปช่วยชาติ” เพื่อดูดเม็ดเงินจากกระเป๋าผู้บริโภค และช่วงนี้ยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ เพราะใกล้ถึงวันตรุษจีน 28 มกราคม 2560 ที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนไทยเชื้อสายจีน

วันนี้เรา จะพาคุณไปเรียนรู้พร้อมกันว่า ใกล้ถึงช่วงเทศกาลประจำปี โดยเฉพาะวันตรุษจีน ซึ่งปีนี้มาเร็วกว่าทุกครั้ง ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าขายต่างๆ ที่เกี่ยวกับตรุษจีน จะสามารถนำกลยุทธ์การตลาดแบบไหน มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อดึงดูดลูกค้า และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้

กลยุทธ์การตลาด 4C

ก่อนอื่นต้องรู้ว่ากลยุทธ์การตลาด 4C คืออะไร กลยุทธ์การตลาดแบบนี้ ถือเป็นแนวคิดทางด้านการตลาดแนวใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภคให้ตรงประเด็นได้มากที่สุด

เพราะปัจจุบันจากพฤติกรรมในการเลือกซื้อสินค้า และบริการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มาดูกันว่ากลยุทธ์การตลาด 4C ประกอบด้วยอะไรบ้าง

1. Consumer Wants and Needs หมายถึง

ความต้องการของผู้บริโภค การผลิตสินค้าในปัจจุบัน ต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต้องรู้ก่อนว่า ลูกค้าหรือผู้บริโภคต้องการสินค้าแบบไหน ธุรกิจค้าปลีก ร้านค้าต่างๆ ต้องเน้นความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก หรือเข้าถึงใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า หรือที่เรียกว่า CRM (Customer Relation Management) โดยต้องยึดหลักการสรรค์สร้างสินค้า และบริการให้ตรงใจลูกค้าในทุกๆ กลุ่ม ช่วงเทศกาลตรุษจีน เช่น อาจส่งของไหว้เจ้าถึงที่บ้าน มีสินค้าหลากหลาย มาที่เดียวได้ครบทั้งหมด รวมถึงการลดราคาเพื่อให้ได้ยอดขายจำนวนมากๆ

2. Consumer’s Cost to satisfy หมายถึง

ต้นทุนของผู้บริโภคที่จะต้องจ่ายให้กับเจ้าของธุรกิจ การตั้งราคาของผู้ผลิต ต้องคำนึงต้นทุนของผู้บริโภคมากกว่าต้นทุนของผู้ผลิต ดังนั้น ผู้ประกอบควรหาวิธีการทำให้ต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อให้จะได้กำหนดราคาขายถึงมือผู้บริโภคต่ำไปด้วย ซึ่งจะเป็นที่ได้เปรียบในการแข่งขัน ด้านราคากับคู่แข่ง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนดำเนินการลดลงได้หากใช้อินเทอร์เน็ต เช่น ใช้อีเมล์ในการติดต่อแทนโทรศัพท์ ส่งอีเมล์แทนส่งแฟกซ์ เหล่านี้ทำให้ประหยัดค่าดำเนินการทั้งสิ้น

3. Convenience to buy หมายถึง

ความสะดวกในการซื้อ ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกหรือนักการตลาด จะต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

โดยอาจเพิ่มช่องทางในการซื้อให้กับลูกค้า เช่น สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์หรือโทรศัพท์แล้วส่งให้ลูกค้าฟรี เปิดร้านสาขาเพิ่มเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่าย

4. Communication that Connects หมายถึง

การสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารที่ดีจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจ และเชื่อถือในตัวสินค้า ที่จะส่งผลให้เกิดการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญการติดต่อสื่อสารจะต้องสะดวก ง่าย รวดเร็ว

โดยวิธีการการสื่อสาร ที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคและตลาดในปัจจุบัน ได้แก่ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย รวมถึงสื่อสารแบบกระตุ้นตลาด ได้แก่ การจัดกิจกรรม หรือการจัดงานแสดงสินค้า การจัดโปรโมชั่นสำหรับเทศกาลตรุษจีนโดยเฉพาะ จะช่วยกระตุ้นตลาดและการจับจ่ายของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดถือเป็นกลยุทธ์การตลาด 4C การตลาดแนวใหม่ที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้าในยุคใหม่ ยิ่งเข้าใกล้เทศกาลตรุษจีนมาทุกที

พฤติกรรมการจับจ่ายซื้อของไหว้เจ้าของผู้บริโภคอาจเปลี่ยนไป หากผู้ประกอบการนำกลยุทธ์การตลาด 4 C มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจค้าปลีก หรือทำการค้าขายต่างๆ น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

ขอขอบคุณบทความจาก : http://www.thaismescenter.com

« กลับ