line@ask

4 เทคนิดจัดร้านตลาดนัดยังไงให้ว้าว โดนใจคนซื้อ

ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ขายของในตลาดนัด จำให้ทุกตารางนิ้วต้องใช้ให้เกิดเกิดประโยชน์มากที่สุด ไอเดียเล็ก ๆ ที่น่าสนใจจึงมีผลให้ลูกค้าแวะเข้ามาอุดหนุนกันได้เป็นอย่างดี

1. โชว์สินค้าให้เต็มพื้นที่

เทคนิดนี้ไม่ต้องคิดอะไรให้ยุ่งยาก เพียงแค่นำสินค้าที่ต้องการจะขายมาจัดวางให้เต็มพื้นที่หน้าร้านของคุณ โดยทำให้ดึงดูดความสนใจ และ สะดุดตาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยจำนวนและความหลากหลายของสินค้าบนแผง ซึ่งรับรองว่าใครที่เดินผ่านไปผ่านมาจะต้องหันมามองอย่างแน่นอน เพราะสายตาของคนเราย่อมสะดุดกับอะไรที่อลังการและตระการตาเสมอ ยกตัวอย่างเช่น คุณขายพวกเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่หลากหลายประเภทและหลากหลายแบรนด์ คุณก็นำเอาสินค้าเหล่านั้นมาจัดวางให้เต็มพื้นที่ของโต๊ะ หากมีพื้นที่พอก็เสริมโต๊ะหรืออะไรก็ได้ที่สามารถวางของได้เข้าไปอีกเพื่อที่จะสามารถวางสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น โดยการจัดวางสินค้านั้นก็จัดแบบแบ่งตามหมวดหมู่หรือประเภทการใช้งาน ให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีสินค้าพร้อมขายอย่างละลานตาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นหมวดหมู่ของเครื่องสำอาง ครีม โลชั่น สบู่ หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เป็นต้น การโชว์สินค้าให้ตระการตานั้นสามารถใช้ได้กับทุกประเภทสินค้าและรูปแบบร้านที่คุณเลือกขาย แม้ว่าร้านของคุณจะขายในลักษณะที่ปูผ้าขายกับพื้น คุณก็สามารถจัดวางสินค้าให้ดูตระการตาได้เช่นกันโดยการอาศัยจำนวนสินค้าที่คุณมีอยู่ และจัดวางให้มันดูละลานตาน่าเลือกซื้อนั่นเอง

2. ดีไซน์ชั้นวางให้น่าสนใจ

ไอเดียการสร้างสรรค์ชั้นวางสินค้าให้น่าสนใจและเสริมให้ตัวสินค้าที่วางอยู่นั้นน่าหยิบจับก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบางครั้งสินค้าที่คุณขายอาจจะเป็นสินค้าธรรมดาๆ ที่สามารถเห็นได้ทั่วๆ ไป แต่พอสินค้าชิ้นนั้นถูกนำมาวางบนชั้นที่ถูกดีไซน์มาอย่างสวยงาม มันก็อาจจะดูน่าซื้อขึ้นมาทันทีทันใด คุณอาจจะดีไซน์ชั้นวางให้มีรูปทรงที่แปลกตาออกไป ที่ไม่ใช่แค่ชั้นวางแบบสี่เหลี่ยมแนวตั้ง (อาจจะเป็นชั้นวางสินค้าแบบแขวนก็ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ) หรือออกแบบชั้นวางให้มีสีสันที่ส่งเสริมหรือเข้ากับตัวสินค้าที่คุณขาย รวมถึงเลือกใช้วัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการนำมาทำเป็นชั้นวาง เช่นชั้นวางที่ทำมาจากไม้ หรือชั้นวางที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งนอกจากจะทำให้สินค้าดูน่าค้นหาและน่าหยิบมาจ่ายตังค์แล้ว ผู้ซื้อยังรู้สึกว่าสินค้าชิ้นนั้นตอบสนองรสนิยมอีกด้วย ร้านขายสินค้าที่นำไอเดียการดีไซน์ชั้นวางมาใช้ขายของในตลาดนัดนั้นก็มีให้เห็นเป็นแนวทางมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายต้นไม้กระถางจิ๋วอย่างแคคตัส ร้านขายเครื่องประดับต่างๆ อย่างต่างหู นาฬิกา หรือแว่นตา รวมไปถึงพวกร้านค้าที่ขายของแฮนด์เมดกระจุกกระจิกต่างๆ ด้วย

3.ตกแต่งร้านให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แน่นอนว่าร้านที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นย่อมสร้างการจดจำให้กับบรรดาผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ไม่น้อย ซึ่งการตกแต่งร้านให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นก็สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่สื่อถึงตัวตนของร้าน การนำสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ขายมาตกแต่ง หรือการนำยวดยานพาหนะมาแปลงโฉมให้กลายเป็นร้านสำหรับขายของ สำหรับการใช้สีที่สื่อถึงตัวตนของร้านนั้น ก็สามารถทำได้ด้วยการกำหนดให้ข้าวของในร้านนั้นเป็นสีเดียวกันทั้งหมด เช่น ร้านคุณขายสินค้าสำหรับผู้หญิง คุณก็อาจจะเลือกสีชมพูมาใช้เพื่อสื่อถึงตัวตนของร้าน โดยของที่ใช้ในร้านก็จะเน้นไปที่สีชมพูทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางหรือโต๊ะวางของ เก้าอี้ ผ้าปูโต๊ะ รวมไปถึงป้ายบอกชื่อร้านและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้คนจดจำและมองเห็นร้านของคุณได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ส่วนการใช้ของประดับตกแต่งร้านนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการพิจารณาก่อนว่าสิ่งของที่นำมาตกแต่งนั้นเกี่ยวข้องหรือมีทิศทางไปในทางเดียวกันกับสินค้าที่คุณขายอยู่หรือเปล่า เพราะหากของที่คุณนำมาตกแต่งนั้นไปคนละทิศละทางกับสินค้าที่ขาย แถมยังตกแต่งจนมากเกินไป มันก็อาจจะทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเกิดอาการงงได้ว่า ร้านของคุณขายอยู่อะไรกันแน่ และสุดท้าย การนำเอายวดยานพาหนะมาแปลงโฉมให้กลายเป็นร้านขายของนั้นก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่รูปแบบรถที่มีความคลาสสิค ดึงดูด มีพื้นที่กว้างขวาง และถูกนำมาใช้เป็นร้านขายของมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นรถโฟล์คอย่างแน่นอน ฉะนั้น การดีไซน์ร้านขายของของคุณให้อยู่บนรถโฟล์คจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าลอง

4. จัดร้านขายของในตลาดนัด

ต้องใช้แสงเข้าช่วย หากร้านของคุณขายในตลาดกลางคืน แสงสว่างจากหลอดไฟย่อมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แม้สินค้าของคุณจะน่าสนใจขนาดไหน แต่ถ้าร้านไม่มีแสงไฟที่เพียงพอแล้วล่ะก็ รับรองว่าร้านของคุณจะดูดับสนิทไปเลย ซึ่งนอกจากแสงไฟธรรมดาๆ ที่ทุกร้านมีเหมือนกันนั้น คุณก็อาจจะเลือกใช้ไฟที่ให้แสงสว่างแตกต่างจากร้านอื่นๆ หรือเพิ่มจำนวนหลอดไฟเข้าไปก็ได้ เพื่อให้ร้านของคุณดูสว่างไสวและผู้คนสามารถมองเห็นตัวร้านได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากแสงไฟจะทำให้ร้านของคุณดูโดดเด่นในเวลากลางคืนแล้ว มันยังทำให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าของคุณได้อย่างถนัดตาอีกด้วย ซึ่งมันคงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว หากลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณได้ในทันทีโดยไม่ต้องหยิบสินค้าขึ้นมาเพ่งๆ มองๆ ดูรายละเอียดให้เสียเวลาอยู่นานสองนาน ถึงแม้ว่าจะต้องเสียค่าบริการการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นให้กับทางตลาด แต่หากแลกมากับการที่คุณจะได้ยอดขายและจำนวนคนที่มาอุดหนุนในร้านมากยิ่งขึ้น มันก็คุ้มค่าสำหรับการลงทุนไม่ใช่น้อย ThaiSMEsCenter.com หวังว่า เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้นำเสนอไปนั้น จะเป็นแนวทางให้พ่อค้าแม่ขายได้นำไปใช้กับพื้นที่เล็กๆ ในการค้าขายของตัวเอง จนยอดขายเพิ่มขึ้นๆ นะคะ

บทความจาก : medium.com

« กลับ