line@ask

5 เทรนด์ธุรกิจค้าปลีก ที่จะเปลี่ยนโลกการค้าไปจากเดิม

สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจใน ธุรกิจค้าปลีก เรื่องของ “เทรนด์การค้า (Retail Trends)” คงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าโลกของการค้าและการทำธุรกิจในปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปตามปัจจัยต่าง ๆ ถ้าหากเรารู้ถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ การปรับตัวและเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


แนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นกับธุรกิจค้าปลีก

อย่างที่ได้บอกไปว่าเรื่องของเทรนด์และการปรับตัวเข้าหาโอกาสใหม่ ๆ คือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจร้านค้าปลีกควรให้ความสำคัญ เราจึงไม่พลาดที่จะนำข่าวสารดี ๆ เกี่ยวกับเทรนด์การค้าที่กำลังจะเกิดขึ้นมาฝากคุณอย่างแน่นอน

1. ร้านค้าปลีกทุกร้าน มีระบบฐานข้อมูลลูกค้าเป็นของตัวเอง

ร้านค้าทุกร้านจะมีระบบ Data Analytics เป็นของตัวเอง เนื่องจาก ผู้บริโภคยุค 4.0 ต้องการสินค้าและบริการที่มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ธุรกิจร้านค้าปลีกจึงต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าแบบรายบุคคล แทนการจำแนกลูกค้าเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ อย่างที่เคยทำ การใช้เทคโนโลยีด้าน Data Analytics เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อพัฒนาสินค้าและ บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า มากที่สุด จึงไม่ได้มีเพียงแค่ธุรกิจร้านค้าขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ร้านค้าทุกระดับจำเป็นต้องใช้ในอีกไม่ช้า

2. เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์ซื้อขายใหม่ ๆ

เทคโนโลยีอย่าง VR, AR และ MR กำลังจะเข้ามาสร้างประสบการใหม่ ๆ ให้ธุรกิจร้านค้าและการช้อปปิ้งมีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ E-commerce ที่จะได้ใช้ประโยชน์ในการเข้าถึงลูกค้า ด้วยบริการที่ช่วยให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าที่ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุดนั่นเอง

3. หุ่นยนต์จะแทนที่พนักงานร้านค้า

อย่างที่รู้กันดีว่า “มนุษย์” มีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจเป็นอุปสรรคสำหรับงานบริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแสดงออกทางอารมณ์ ความล่าช้า หรือความสามารถในการคิดวิเคราะห์เรื่องต่าง ๆ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” หรือ (AI) จึงกำลังจะเข้ามาแทนที่พนักงานร้านค้าต่าง ๆ เพื่อลดข้อผิดพลาดในการทำงานและเติมเต็มสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ตัวอย่างร้านค้าที่นำร่องใช้ระบบ AI กับ Machine-Learning ก็คือร้านค้าอัจฉริยะของ “Amazon Go” ภายใต้คอนเซปต์ “Just Walk Out” ที่ลูกค้าสามารถหยิบสินค้าที่ต้องการแล้วเดินออกจากร้านได้ทันที โดยไม่ต้องต่อคิวชำระสินค้าหรือพบเจอปัญหาการคิดราคาผิดพลาดอีกต่อไป เพราะร้านค้าได้ใช้ระบบ AI และ Machine-Learning ช่วยระบุว่าลูกค้าคนไหนหยิบสินค้าอะไรออกจากชั้นวาง พร้อมทำการหักเงินจาก Wallet บนแอปฯ โดยอัตโนมัติ

4. เป็นการค้าไร้เงินสดโดยสมบูรณ์

เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการเงิน (Fintech) มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดนวัตกรรมและระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ ๆ ที่สะดวกและปลอดภัยกว่าการใช้เงินสดอย่างที่เป็นอยู่ คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าในอีกไม่ช้าเราจะเข้าสู่ยุค “สังคมไร้เงินสด” (Cashless Society) โดยสมบูรณ์ เมื่อถึงตอนนั้น ธุรกิจร้านค้าจะต้องมีระบบ Payment รูปแบบต่าง ๆ เพื่อรองรับการชำระเงินได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด

5. การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

จากผลสำรวจที่ว่า ประเทศไทยของเรากำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2568 โดยคิดเป็นประชากรถึง 14 ล้านคนของประเทศ ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุสูงขึ้นตามไปด้วย ถือเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมที่จะใช้จ่ายเพื่อความพึงพอใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ได้รู้ถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจค้าปลีกแบบนี้แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเทคโนโลยีสำหรับร้านค้าปลีก ทั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือระบบ Payment รูปแบบต่าง ๆ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจร้านค้าอยู่รอดและเข้าถึงโอกาสต่าง ๆ ในอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยละ

บทความจาก : http://www.thaidotcompayment.co.th

« กลับ