7 วิธีคิดแต่งภาพให้ “ปัง” ประหยัดตังโฆษณา

7 วิธีคิดแต่งภาพให้ “ปัง”  ประหยัดตังโฆษณา

หยุดลูกค้าให้อ่านโพสต์
ด้วยงานกราฟิกโดนใจ
ห้ามพลาดถ้าไม่อยากให้โพสต์ถูกเมิน ต้องอ่าน!
งานกราฟิกที่ดี จะสร้างภาพลักษณ์และคุณค่าให้กับแบรนด์ เป็นส่วนสำคัญมากในการสื่อสารในยุคนี้
ต้องมี..การสร้างแรงบันดาลใจ ใช้ความรู้ความเข้าใจในการสื่อสาร และใช้จินตนาการสร้างสรรค์
เพื่อทำให้เกิดชิ้นงานที่ “สร้างคุณค่า” ให้กับสินค้า เมื่อถูกกลุ่มเป้าหมายพบเห็น
งานกราฟิกไม่ใช่อะไรก็ได้ เพราะเปรียบเสมือนการนำเสนอ “ตัวตนของแบรนด์”
สร้างภาพลักษณ์ตามที่แบรนด์ต้องการสื่อสารออกไป
หากงานกราฟิกไม่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ ถือว่า Fail อย่างแรงนะครับ
แต่งภาพให้ปัง ประหยัดตังค่าโฆษณา
เอาไว้ใช้ทำภาพโฆษณาสุดปังของเรากันนะครับ


1. ภาพต้องคม

– คงไม่มีใครชอบดูภาพที่แตกละเอียด
– มองแทบไม่ออกว่าเป็นภาพอะไร
– การเลือกใช้ภาพที่มีคุณภาพสูง
– สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็น
– เมื่อเกิดความประทับใจ อะไร ๆ
– ก็ดีไปหมดในสายตาลูกค้าใช่มั้ยครับ


2. อารมณ์ต้องได้

ต่อให้ภาพสวยงามเท่าใด คมชัดจัดวางได้ดีขนาดไหน แต่หากไร้ซึ่งอารมณ์
ก็ยังไม่ใช่ภาพกราฟิกที่เหมาะสมจะนำมาใช้ทำการตลาดอยู่ดี
อย่าลืมนะครับว่าเรากำลังเล่นอยู่กับอารมณ์ของลูกค้าอยู่
หากภาพนั้นไม่ได้ทำให้เค้าเกิดอารมณ์ได้อย่าใช้ครับ เช่น

– ภาพโฆษณาสินค้าความงาม หากเล่นในมุมมองความสวยงาม
ก็ต้องใช้นางแบบที่สื่อออกมาให้ได้ว่า ใช้สินค้าแล้วจะออกมาสวยแบบนี้
– ภาพโฆษณาสินค้าอาหาร ก็ต้องเล่นกับความหิวของคน
ความต้องการที่จะเอร็ดอร่อย ชวนให้ลิ้มลอง
– ภาพโฆษณาค้นหาผู้ร่วมธุรกิจ ก็ต้องเป็นภาพที่เน้นการจูงใจ
ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่เค้าต้องการ อยากจะได้ อยากจะเป็น
เห็นมั้ยครับ อารมณ์ต้องมาก่อน เหตุผลจะตามมาทีหลังเองครับ..
เค้าจะหาเหตุผลมารองรับความอยากของเค้าจนได้ล่ะครับ ถ้าเราสร้างความต้องการได้มากพอ


3. ดึงดูดและน่าสนใจ

ความสวยงาม ความน่าสนใจ จะทำให้เกิดภาพจำที่ดีต่อผลงานได้
อีกทั้งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อแบรนด์
เพราะการใช้รูปภาพ การใช้สีสัน ช่วยทำให้งานกราฟิกสมบูรณ์
เกิดความน่าสนใจ  มีความสวยงาม มีการใช้สีสันสะดุดตา
ช่วยทำให้เกิดความสนใจอยากจะหยุดดูทันที
หยุดนิ้วโป้งของลูกค้า เวลาเลื่อนดูหน้าฟีต
กับแบรนด์ที่ มีทั้งการขาย และการให้ข้อมูล
ทำแบรนด์ให้เหมือนกับที่ปรึกษา
ลูกค้าจะกล้า เข้าหาใคร?


4. ทำให้คนจดจำได้มากขึ้น

ตามหลักวิทยาศาสต์เลยนะครับ สังเกตดูว่าการสอนเด็กวัยแรกเกิด
จะมีการเริ่มต้นการเรียนรู้ โดยเริ่มจากการจดจำรูปภาพ หรือสีสัน
ซึ่งเหตุผลนี้เอง ส่งผลให้คนเราจดจำภาพได้ดีกว่าข้อความ
การสื่อสารด้วยภาพ จึงมีความสำคัญอย่างมาก
ดังนั้น กราฟิก จะช่วยตอบสนองการรับรู้และความจดจำของคนได้มากขึ้นครับ
เราสามารถใช้หลักการข้อนี้เพื่อถ่ายทอด Corporate Identity(CI) หรือ อัตลักษณ์ขององค์กร
เพื่อสร้างภาพจำให้ผู้คน ด้วยเหตุผลข้อนี้ด้วยครับ


5. เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน

มี คำกล่าวว่า “ภาพเพียงภาพเดียวดีกว่าคำพูดพันคำ”
(a picture says more than a thousand words)
ช่วยให้ประหยัดเวลาในการสื่อสาร
กราฟิกที่ดีต้องเรียบง่าย และชัดเจน
เพราะภาพที่เราใช้ สามารถสื่อสารได้
ถึงความรู้สึกลึกซึ้งมากกว่าคำพูดหลายเท่าครับ
อย่าลืมนะครับว่าผู้ใช้มือถือเลื่อนดูข่าวสารกันไวมาก
หากเราสื่อสารอะไรที่ซับซ้อนมาก ๆ
อาจทำให้สื่อนั้นไม่ประสบความสำเร็จได้ครับ


6. มี Keyword ที่โดนใจ

Strong Word เพียงแค่คำสั้น ๆ แต่มีพลังมหาศาล
คำที่เราจะเลือกใช้บนภาพนี่ล่ะครับ
ที่จะเป็นตัวที่จะทำให้คนที่พบเห็นอยากคลิกเข้าไปติดตาม

หาคำที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเรา และเป็นสิ่งที่เค้า
“อยากรู้” “อยากได้” “ต้องการ” บอกถึงสิ่งที่เค้าจะได้ให้ชัดเจนครับ
ประกอบกับคำเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยให้น่าสนใจยิ่งขึ้น
เช่น “สุดยอด” “ที่สุด” “ด่วน” เป็นต้น

ขอย้ำ..ให้พยายามเลือกใช้คำที่ดึงดูดใจ
โดยวิเคราะห์จาก “กลุ่มเป้าหมาย” เป็นหลัก
ว่าคำแบบไหนโดนใจคนกลุ่มนี้
แล้วคุณจะประสบความสำเร็จกับการสร้างภาพกราฟิกครับ


7. กราฟิกถูกกฏเกณฑ์

ตรงนี้สำคัญมากนะครับ เพราะหากเราทำกราฟิกได้คมชัด
สวยงาม สื่ออารมณ์ได้ดี แต่… ผิดกฏเกณฑ์ของช่องทางที่เราจะนำไปเผยแพร่
เช่น การลงโฆษณา Facebook หรือ Instragram
เพื่อการโปรโมท, การนำภาพไปใช้กับเว็บไซต์เพื่อการลงโฆษณา Google
หากภาพสินค้าหรือภาพโฆษณาของเรา
ถูกช่องทางเหล่านี้ห้ามเอาไว้ ก็แทบจะไม่มีประโยชน์เลย
เพราะเราจะไม่สามารถเพิ่มการเข้าถึงสื่อของเราอีกได้

เผลอ ๆ อาจโดนแบน โดนระงับการเผยแพร่สื่อนี้ได้เลย
ตรงนี้เป็นความจำเป็นมาก ๆ ที่จะต้องได้กราฟิกดีไซน์ที่ “มีความรู้” เกี่ยวกับกฎเกณฑ์เหล่านี้
เพื่อป้องกันการละเมิดกฎ ก่อนที่จะสร้างชิ้นงานแล้วปล่อยเป็นสาธารณะแบบผิด ๆ

ส่งผลเสียต่อบัญชีโฆษณาของเรา ใน Facebook เองก็จะมีเกณฑ์ต่าง ๆ
เพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสมสำหรับลงโฆษณา หากทำได้ตามที่เค้ากำหนดไว้
ข้อดีคือ เราก็จะ “#ลดต้นทุนต่อการมีส่วนร่วม” ได้ ทำให้เรา “#ประหยัดงบโฆษณา” ได้อีกนะครับ


บทความจาก : www.adsidea.net

« กลับ